บันทึกของน้ำฝน

บันทึกการทำงานในมูลนิธิหมอธารา สนับสนุนภูมิปัญญาและสุขภาพที่เป็นไท

คณะ ม.แม่ฟ้าหลวงเชียงรายดูงานแพทย์แผนไทยภาคตะวันออก 10 พฤษภาคม 2013

ในการเดินทางแสนไกลเราสามารถรู้สึกเหมือนใกล้ได้เสมอถ้าหลับบนรถทัวร์
.

ข้า’เจ้าตื่นขึ้นมาบนหมอนทรงผ้าห่มม้วนก้อนสีชมพูจ๋าของพี่ปูที่เคยมาช่วยงานกองทุนหมอธาราบ่อยๆ เนื้อตัวเมื่อยล้าเหมือนเพิ่งเทเลพอร์ทย้ายโมเลกุลข้ามสถานที่ น้ายอมแห่งกองทุนหมอธาราแอบหยอกข้า’เจ้าไม่ให้เหงาเป็นระยะๆ เสียงเจ๊าะแจ๊ะของสาวๆและสองหนุ่มอาจารย์สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ม.แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ดังจิ๊จ๊ะแข่งกับเสียงเพลงจากแผ่นซีดีสะสมของข้า’เจ้า ที่เราตกลงกันแล้วว่าให้เปิดเพลงเย็นๆ เพราะอากาศเมืองไทยภาคตะวันออก ณ ต้นเดือนพฤษภาคมปีนี้ร้อนตับระเบิด คณะอาจารย์ศึกษาดูงานรุ่นราวคราวเดียวกันกับข้า’เจ้า15ชีวิตนั่งรถทัวร์รับจ้างขนาด40ที่นั่งที่จองไว้ก่อนแล้ว เมื่อหลายๆฝ่ายถอนตัว แต่ละคนจึงได้ยึดครองที่นั่งคนละ2ที่ หลายคนก็เอนตัวนอนยาวบนที่นั่งอย่างที่ข้า’เจ้านอน ออกเดินทางตี1จากเชียงราย (มีการขนกล่องสับปะรดแพ็คเป็นของฝากขึ้นรถทัวร์มาด้วย) พวกเราฟังเพลงสลับแนวโดยข้า’เจ้าไปเรื่อยๆจนถึงจังหวัดสระแก้วประมาณ 5โมงเย็น นัดดูงานโรงพยาบาลวังน้ำเย็นบ่ายนี้เป็นอันเลื่อนไป
.

3 พฤษภาคม 2556 ช่วงเช้าพวกเราไปศึกษาดูงานที่โรงพยาบาลวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ บุกเบิกทำยาสมุนไพรเนื่องจากเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่อยู่ไกลจากการกระจายยาแผนปัจจุบันของรัฐ แพทย์หญิงเพ็ญนภาได้เป็นรองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข แต่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อ4ปีก่อน ปัจจุบัน โรงพยาบาลวังน้ำเย็นมีโรงงานผลิตยาสมุนไพรแปรรูปขนาดย่อมที่ได้มาตรฐาน GMP แล้ว และคณาจารย์ ม.แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ก็มาศึกษาเพื่อปรับปรุงโรงงานตามคำแนะนำที่หมอบุณย์บุก ม.แม่ฟ้าหลวงเมื่อกลางเดือนเมษายน ข้า’เจ้าแอบตามพี่เหน่งผู้ช่วยนักวิจัยประจำสาขาวิชา เก็บภาพรายละเอียดต่างๆในโรงงาน เพื่อดูว่ามีอะไรจะต้องนำไปปรับปรุงที่ ม.แม่ฟ้าหลวงบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่น มุมผนังที่ชนกับพื้นมีการปิดมุมให้โค้งมน ห้องเปลี่ยนรองเท้ามีธรณีคลานเข่าข้ามไปเปลี่ยนรองเท้า2รอบ ชุดที่ใส่ดูเหมือนพยาบาลห้องผ่าตัด และเครื่องจักรดูมียี่ห้อดีกว่าที่เคยเห็นในโรงงานของ ม.แม่ฟ้าหลวง นิดหน่อย ^^ มีอาจารย์ช่างพูดรุ่นเดียวกันกับข้า’เจ้าชื่อ ช้าง คอยซักถามวิทยากรให้คณะได้ความรู้มากที่สุด มีกอล์ฟเป็นอาจารย์หญิงรุ่นเดียวกันที่เคยมาเก็บข้อมูลวิจัยที่โรงพยาบาลวังน้ำเย็นสมัยที่เรียน ป.โท ธรรมศาสตร์ ดูแลมอบของฝากเป็นสับปะรดเชียงรายให้ฝ่ายการแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลวังน้ำเย็นไป3กล่อง
.

เราออกเดินทางจากโรงพยาบาลวังน้ำเย็น สระแก้ว ไปไกลถึงจันทบุรีด้วยความหิวโหย เพราะเจ้าภาพทางจันทบุรีบอกว่ามีอาหารเลี้ยงมื้อเที่ยงจัดไว้ให้ เมื่อรถทัวร์มาถึง โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี พวกเราชาว ม.แม่ฟ้าหลวงเชียงรายก็ได้กินอาหารสูตรสมุนไพรหอมอร่อยแปลกลิ้นแบบตะวันออก หลังจากอิ่มหนำกับมื้อเที่ยงและสละลอยแก้วแช่เย็นเป็นน้ำแข็งแล้ว ทางโรงพยาบาลพระปกเกล้าก็จัดให้เรานั่งในห้องประชุมฟังการบรรยายของ ดร.นพ.ฉัตรชัย สวัสดิไชย ถึงผลงานของฝ่ายการแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาล โดยหมอฉัตรชัยหรือหมอแป้นเล่าว่าแรกเริ่มทางโรงพยาบาลก็จัดให้มีฝ่ายการแพทย์แผนไทยตามที่รัฐกำหนด มีการซื้อตู้อบสมุนไพรมาตั้งรอรับการประเมินแบบโรงพยาบาลที่ใช้การแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลักทั่วไป ต่อมาเมื่อมีการรับหมอแผนไทยเข้ามา2คน แล้วหมอแผนไทยของโรงพยาบาลสามารถรักษาโรคตับแข็งได้ ก็กลายเป็นที่ฮือฮาออกข่าวหนังสือพิมพ์ โดยโรคตับแข็งมีชื่อทางแพทย์แผนไทยว่า ยกนังพิการ ซึ่งแสดงว่าทางศาสตร์ของไทยมีวิธีรับมือกับโรคตับแข็งอยู่แล้ว หมอแป้นเปิดสไลด์ภาพกรณีตัวอย่างให้ดูเป็นสิบคน มาด้วยสภาพท้องป่องตับแข็ง รักษาแล้วท้องยุบลงเป็นปกติทุกคน ตามด้วยภาพกรณีตัวอย่างการรักษา โรคสะเก็ดเงิน (โรคผิวหนังที่เนื้อตัวเป็นสะเก็ดในบริเวณกว้างมากหรือเป็นทั้งตัว) ด้วยตำรับยาแผนโบราณของไทย สะเก็ดบนตัวผู้ป่วยรักษาแล้วหายเกลี้ยงเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงรอยด่างประปราย
.

หมอแป้นบรรยายด้วยความทึ่งในศาสตร์การแพทย์แผนไทยปนความเคยชินที่ได้บรรยายสไลด์นี้แก่ผู้มาศึกษาดูงานซ้ำๆหลายสิบครั้ง มีภาพตัวอย่างการรักษาโรคอื่นๆที่แพทย์แผนตะวันตกไม่คิดว่าจะรักษาให้หายได้ แพทย์แผนไทยก็รักษาได้หาย โดยมีความเชื่อว่า ยาที่รักษาโรคคนในท้องถิ่นได้ดีที่สุดก็คือยาที่หาได้ในท้องถิ่นใกล้ตัวผู้ป่วยที่สุด แต่มีบทเรียนจากการเป็นข่าวแล้วว่า พอบอกสูตรยาตัวไหนไป ชาวบ้านก็แห่ซื้อขายกันจนยาขาดตลาดทันที ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้ามีแพทย์แผนไทยและผู้ช่วยแพทย์แผนไทยมานั่งฟังด้วย มีการเสิร์ฟอาหารว่างเป็นน้ำสำรอง เมื่อดูดจากขวดแล้วมีลักษณะเป็นวุ้นๆ ตอนแรกนึกว่ารังนกแต่อยู่ในขวดใหญ่กว่าแบรนด์หรือสก๊อตตั้ง3เท่าและมีสีน้ำตาลไม่หวาน ใครเอาไปฟอกสีขายเป็นรังนกก็คงเชื่อ ข้า’เจ้ายังไม่คุ้นชินต้องถามแม่และได้คำตอบว่าเป็นน้ำลูกสำรอง ทางโรงพยาบาลพระปกเกล้ามีของขวัญให้ท่านแม่เป็นต้นดอกเข็มกระถางเล็กๆเอาไว้ตั้งบนโต๊ะทำงาน ทางคณาจารย์สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ม.แม่ฟ้าหลวง ก็มีสับปะรดเชียงรายทั้งนางแลและภูแลมอบให้โรงพยาบาลพระปกเกล้าไปเต็มๆ
.

ตกเย็นหมอแป้นพาพวกเรา ม.แม่ฟ้าหลวงเชียงรายไปยังที่พักติดหาดชายทะเลแถมจองร้านอาหารทะเลสดเอาไว้ให้ ข้า’เจ้าที่พักอยู่ในห้องเดียวกันกับแม่แล้วปรึกษาแม่เรื่องการเข้าสังคม เพราะข้า’เจ้าเป็นคนพูดน้อย ไม่ค่อยชอบกินเลี้ยง และไม่กินอาหารทะเล ซึ่งแสดงว่า ข้า’เจ้าอาจเป็นคนเดียวที่ไม่มีความสุขในวงกินเลี้ยง แค่มองคนอื่นมีความสุขกับอาหารทะเลแล้วก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะเข้ากับกลุ่มอาจารย์รุ่นเดียวกันที่คุยเก่งกันขนาดนั้นได้

ท่านแม่ให้กำลังใจข้า’เจ้าโดยบอกให้ฝ่าความกลัวในจิตใจตัวเองไป แล้วเปิดตัวเองเข้าไปอยู่ท่ามกลางสังคมให้ได้ เมื่อตัดสินใจแล้วแล้วมื้อเย็นค่ำคืนนี้ข้า’เจ้าก็มีความสุขที่ได้เห็นคนอื่นมีความสุขเมื่ออาหารทะเลมา และการได้นั่งฟังคนรุ่นเดียวกันคุยจุบจิบไปมาก็ทำให้ข้า’เจ้ามีความสุขเมื่อรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของวงโต๊ะอาหาร แม้จะต้องสั่งไข่เจียวมากินเหมือนสมัยที่ข้า’เจ้าถูกพาไปดูงานจังหวัดต่างๆเมื่อตอนอายุสามสี่ขวบก็ตาม ข้า’เจ้านั่งข้าง วิน ที่เป็นเจ้าหน้าที่แพทย์แผนไทย ทำงานอยู่ รพ.สต.(สถานีอนามัย) มากับ ฝน เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ที่จบจากวิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก ม.ราชภัฏเชียงราย
.

4 พฤษภาคม 2556 เราออกเดินทางจากจันทบุรีไปจังหวัดระยอง แวะที่อำเภอบ้านฉาง หลงทางหามูลนิธิภูมิปัญญาสากล มีพี่เอก หรือที่สาวๆเรียกว่าบอส เป็นคนโทรศัพท์ถามทาง แล้วเราก็เข้ามาถึง ชมรมบ้านสุขภาพ ของ ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ เป็นชมรมน้ำหมัก น้ำผัก เอนไซม์และการรักษาโรคดูแลร่างกายด้วยอาหารแปลกๆ เมื่อเข้าไปถึงอาคารชั้น3มีเครื่องบูชาศาสนาต่างๆและอุปกรณ์ที่นั่งรูปร่างพิศดารเต็มไปหมด มีป้ายไวนิลให้ความรู้ ดร.รสสุคนธ์บอกว่า การดูแลสุขภาพที่นี่ประยุกต์มาจากหลักพระพุทธศาสนา มีการบังคับชิม น้ำโหระพา มีการแจกขวดน้ำเอนไซม์ให้วางตั้งบนศรีษะให้ได้เมื่อจิตสงบนิ่ง มีม้านั่งทรงแคบยาวให้เอนตัวห้อยขาห้อยแขนปรับโครงสร้างร่างกาย มีกรณีตัวอย่างลดความอ้วน มีการถวายเพลพระที่มารักษาตัว มีอาหารมื้อเที่ยงเป็นซุปมะระ ซุปขี้เหล็ก ซุปลูกเดือย สลัดน้ำสมุนไพร ก่อนกลับมีแจกน้ำเอนไซม์ให้คนละขวด พร้อมแสดงความเป็นห่วงที่จะต้องออกไปเผชิญกับอาหารที่เป็นพิษต่อร่างกาย คณาจารย์แพทย์แผนไทยจบใหม่ต่างมึนงงเพราะเป็นการเพทย์ทางเลือกที่มีหลักการต่างจากแพทย์แผนไทยที่เรียนที่สอนกันในมหาวิทยาลัยมา ท่านแม่สรุปให้เด็กๆฟังว่าต้องใช้วิจารณญาณเอง
.

ออกจากบ้านสุขภาพ อาจารย์ช้างและอาจารย์เอกรับหน้าที่เป็น GPS นำทาง คนหนึ่งใช้มือถือดูแผนที่ คนหนึ่งใช้มือถือโทรถามทาง หมอบุณย์รอพวกเราอยู่ที่ร้านอาหารโต๊ะจีน มีแขกมาจาก ม.รังสิต ปรากฏว่าเป็นทีมวิจัยจากฟิลิปปินส์และ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ เภสัชกรยิบซี ผู้ผลิตยาต้านไวรัสเอดส์รางวัลแมกไซไซ แห่งคณะการแพทย์แผนตะวันออก ข้า’เจ้าแอบกรี๊ดในใจ มองเห็นแต่ด้านหลัง แล้วต่างคนต่างกินเสร็จก็ลุกออกไป ปรากฏว่าเหลือ พี่แหม่ม ปริณฎา ที่เคยร่วมงานกับแม่ที่กรุงเทพ นั่งส่งสัญญาณทักทายมายังข้า’เจ้า
.

แล้วพี่แหม่มก็พาพวกเราไปยังคลินิกแพทย์แผนไทยหมอบุณย์ ได้เจอกับหมอมนตรีบรรยายแนะนำคลินิกเบื้องต้น หมอพรชัยตรวจคนไข้และสั่งจ่ายยาแผนไทยอยู่ที่ห้องตรวจ ไม่นานหมอบุณย์ แพทย์แผนไทยบุณยพร ยี่มี ก็ปรากฎตัว มีการนั่งคุยกันยาว หมอบุณย์ตั้งคำถามว่า คนไม่ได้เป็นหมอจะสอนคนให้จบมาเป็นหมอได้อย่างไร โทษใครไม่ได้ อยู่ที่ระบบ เกิดขึ้นแล้วก็แล้วไป แล้วหมอบุณย์ก็เปิดคลินิกให้อาจารย์กลุ่มนี้มาฝึกงานได้ เพื่อที่จะได้เก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ไปสอนนักศึกษาแพทย์แผนไทยประยุกต์ต่อไป “ครั้งนี้มาให้เห็นเสือ” เพราะเด็กรุ่นใหม่เคยเห็นแต่แมว หมายความว่า เด็กที่เรียนและสอนการแพทย์แผนไทยฮยู่ขณะนี้ไม่ค่อยได้เห็นหมอแผนไทยเต็มระบบ เคยเห็นแต่เจ้าหน้าที่ รพ.สต. หรือหมอนวด ทำให้มองไม่ออกว่าเรียนจบแล้วจะทำอะไรได้ ทั้งสเปกก็มีแต่ผู้หญิงร่างน้อย โดยแพทย์แผนไทยต้องการคนร่างกายกำยำเพื่อที่จะมีแรงนวดคนไข้ตัวใหญ่ๆได้ หมอบุณย์พาไปดูระบบของคลินิก มีเวชระเบียนผู้ป่วยเป็นตู้ๆเหมือนโรงพยาบาล มีห้องจ่ายยาที่เป็นสูตรแผนไทยปรุงเฉพาะคนไข้ และแคปซูลใสที่บรรจุผงยาไทยๆสีน้ำตาล ข้า’เจ้าเคยได้ยินจากท่านแม่ว่าหมอบุณย์จะยกเลิกระบบยาลูกกลอน หมอบุณย์เองก็มีโรงงานผลิตยาแผนไทย(แปรรูปสมุนไพร)ที่ได้มาตรฐานGMPอยู่เช่นกัน
.

ในการเยี่ยมชมคลินิกหมอบุณย์ คณาจารย์ ม.แม่ฟ้าหลวง สมัครเป็นคนไข้สาวๆหลายคน โดยเฉพาะโรคโลหิตสตรีประเภทประจำเดือนและมดลูก หมอจุ๋ม วรีวรรณ รัตนสาร รับหน้าที่ตรวจและอธิบายสาเหตุของโรคด้วยการกางหนังสือภาพวิทยาศาสตร์ร่างกายมนุษย์ประกอบ สังเกตจากปกที่แทบจะหลุดแล้ว หนังสือเล่มนี้คงถูกใช้ประกอบการอธิบายมาแล้วเป็นพันครั้ง
.

เย็นวันที่ 4 พฤษภาคม หมอบุณย์จัดโต๊ะจีนและคาราโอเกะไว้ให้คณาจารย์ ม.แม่ฟ้าหลวง และคณะนักวิจัยจาก ม.รังสิต ได้มาเจอกัน หมอบุณย์ให้2กลุ่มส่งตัวแทนออกมาร้องเพลง ซึ่งชะเอม อาจารย์สาวแว่นบุคลิกดีก็ร้องเพลงสากลได้พลังเสียงไพเราะอย่างไม่น่าเชื่อ ช้างยอมลูกยุขึ้นไปร้องหมอลำ แล้วจากนั้นช้างกับเอมก็ร้องเพลงคู่กันอีกหลายเพลง นัท ชอบกินปูและเคยมาอยู่คลินิกหมอบุณย์มาก่อน นั่งจ้องปูที่เหลือบนโต๊ะผู้ใหญ่ตาเป็นมันจนหมอบุณย์ยกจานปูมาให้ เพราะเห็นอาหารบนโต๊ะคณาจารย์หนุ่มสาวฝั่งนี้เกลี้ยงไม่เหลือซาก
.

เมื่อเวทีเงียบลง และทุกคนอิ่มพอสมควร หมอบุณย์สบโอกาสพูดคั่นรายการคาราโอเกะว่า บริษัทยาสมัยใหม่ตอนนี้สักแต่ขายยาของเดิมให้หมดสต๊อก แต่เบื้องหลังเปิดบริษัทใหม่ ทำแต่ไฟโต ไฟโต แล้วก็ไฟโต ข้า’เจ้าถามแม่ว่าไฟโตหมายถึงอะไร แม่ให้ถามเอม เอมตอบว่า ไฟโต หมายถึง พืช เช่น ไฟโตเคมี ไฟโตนิวเทรียนท์ แม่ยกตัวอย่างว่า มีสมุนไพรไทยที่คนไทยไมรู้จักแต่ต่างชาติมาค้นคว้าแล้วเอาไปสกัดเป็นสารที่คนไทยจับไม่ได้ว่ามาจากไหน แล้วถือลิขสิทธ์ในสมุนไพรนั้นนำมาขายเป็นยาแล้วห้ามใครอื่นสกัดสารจากพืชนั้นขายอีกไม่เว้นแม้แต่คนไทยเจ้าของพืชเอง หมอจุ๋มจับไมค์พูดต่อจากหมอบุณย์ว่าในวันนี้ไม่ใช่แค่ความยินดีแต่ต้องหยัดยืนสู้เพื่อการแพทย์แผนไทยเอง แล้วหมอบุณย์ก็ประกาศว่าคณาจารย์ ม.แม่ฟ้าหลวง กับทีมนักวิจัย ม.รังสิต จะเป็นพันธมิตรกันโดยปริยาย
.

5 พฤษภาคม 2556 คอร์ส1วันของหมอบุณย์เริ่มที่การแนะนำตัวของแต่ละคนว่ามีที่มาอย่างไรถึงได้มาทำงานด้านแพทย์แผนไทยจนถึงตอนนี้ แต่ละคนต่างมีแรงจูงใจไม่เหมือนกัน หลงทางบ้าง งงบ้าง เพราะคนรุ่นใหม่ไม่มีใครเคยเห็นแพทย์แผนไทยเต็มระบบมาก่อน ที่มีอยู่ก็หายากเข้าถึงยาก (จนต้องจัดทัวร์ดูงานครั้งนี้ขึ้น) เมื่อมาเห็นและมาไกลถึงการได้เป็นอาจารย์สอนแพทย์แผนไทยระดับมหาวิทยาลัยแล้ว หมอบุณย์ก็ตั้งใจว่าจะสอน “ครูสอนหมอ” ให้ได้ เหมือนสอนเข็มให้แทงผ้าได้แล้วจะต้องสอนเข็มให้เย็บผ้าเป็นอีก สำหรับข้า’เจ้าแล้วภารกิจของหมอแผนไทยที่จะต้องมาสอนครูให้สอนหมอไทยรุ่นใหม่ให้ได้นั้น ยิ่งกว่า”ฝนทั่งให้เป็นเข็ม”เสียอีก
.

เมื่อจบการเล็คเชอร์นั่งโต๊ะแล้ว หมอจุ๋มรับหน้าที่ตรวจและบรรยาย case คนไข้โรคโลหิตสตรี ที่หมายถึงการทำงานของร่างกายที่ประสานกับโลหิตประจำเดือน ฮอร์โมน และมดลูกของผู้หญิง ถึงหมอบุณย์จะบอกว่าตัวเองสามารถตรวจโรคผู้หญิงได้เหมือนมีมดลูกเอง แต่ให้หมอจุ๋มรับหน้าที่คงจะเหมาะสมกว่า หมอจุ๋มตรวจโรคริดสีดวงแล้วเล่าเรื่องที่น่าตกใจคือ ริดสีดวงไม่ควรผ่าตัดออกเพราะรูทวารหนักจะบีบเล็กลงเรื่อยๆจนต้องกินยาระบายให้อุจจาระเหลวถึงจะขับถ่ายได้ ควรรักษาจากทางเส้นเลือดภายในจะดีกว่า จากนั้นก็มีการสาธิต case ให้ยืนตรวจโครงสร้างร่างกายว่ามีส่วนใหนเอียงผิดปกติบ้าง มีการกางหนังสือแพทย์เปิดภาพประกอบอธิบายสาเหตุและอาการของโรค มีท่าบริหารง่ายๆสามารถทำได้ทุกคน
.

เมื่อข้า’เจ้าดูการสาธิตและเก็บภาพจนแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปหมด ก็ถึงคราวที่จะฟังศัพท์แพทย์ไม่เข้าใจ ปล่อยให้คณาจารย์แพทย์ๆสาวๆฟังเล็คเชอร์ถามตอบกันไปเรื่อยๆ ข้า’เจ้าปลีกตัวออกมาเขียนไดอารีบล็อกชุดนี้สักพัก เจ้าหน้าที่โสตฯของคลินิกก็เดินผ่านมา เราแลกอัลบั้มรูปและวิดีโอกัน และข้า’เจ้ายังได้รับไฟล์รายการ “รู้ทันแผนไทย” เป็นตอนๆแถมมาด้วย พี่แหม่มมาช่วยงานคลินิกหมอบุณย์ก็ถือกล้องวิดีโอเก็บภาพอยู่อีกมุมหนึ่งเช่นกัน เราแลกที่อยู่เพื่อจะส่งDVD แลกไฟล์บันทึกกัน นอกนั้น พี่เหน่ง น้ายอม และท่านแม่ ก็ถือกล้องกันอยู่พร้อมหน้า มีเนม อาจารย์สาวอีกคนคอยถ่ายวิดีโอด้วยโทรศัพท์มือถือและนานจนข้า’เจ้าสงสัยว่าหน่วยความจำของมือถือเนมไม่มีวันหมดเชียวหรือ (กล้องคอมแพ็คของข้า’เจ้าก็อาจทำให้คนอื่นสงสัยเช่นนั้นเหมือนกัน)
.

เมื่อถึงช่วงพัก คณาจารย์สาวๆก็กรูกันออกมาทักข้า’เจ้า กอล์ฟขออ่านร่างไดอารีบล็อกของข้า’เจ้าแล้วชมว่าน่ารัก ข้า’เจ้าอธิบายว่าพยายามเขียนให้ได้สำนวนนี้โดยการอ่านหนังสือ “ความสุขของกะทิ” (เล่ม2ยังไม่จบ) แล้วเขียนจนชิน ตอนไหนที่ข้า’เจ้าไม่รู้สึกอินกับสำนวนนี้ก็จะเขียนไดอารีบล็อก “บันทึกของน้ำฝน” ออกมาไม่ได้ ข้า’เจ้าพักดื่มน้ำ ไปห้องน้ำ และกลับเข้าไปดูการสาธิตของหมอจุ๋มต่อ ส่วนหมอบุณย์นำตำราเก่าๆสีน้ำตาลออกจากตู้มาอวดให้ท่านแม่ดู มีทั้งบันทึกแผนโบราณของไทย ภาพพิมพ์กายวิภาคเก่ากรอบของฝรั่งเศส และสำเนาตำรา “แพดสาด”ลาว ที่ต้องเรียกพี่เหน่งเอากล้องของสาขาวิชามาเก็บภาพ หมอบุณย์นำไม้กฤษณาที่สะสมไว้มาอวด เวลาเดินไปห้องน้ำผ่านห้องสะสมของหมอบุณย์ก็จะได้กลิ่นไม้หอมกำจาย
.

เย็นวันที่ 5 หมอบุณย์พารถบัสคณาจารย์ ม.แม่ฟ้าหลวงไปจอดที่ร้านริมหาดแม่รำพึง พวกเราได้เจอกับน้องเจฟฟี่ที่เคยออกรายการฅนค้นฅนมาขายของเร่ และหมอบุณย์ประกาศว่าใครอยากสั่งอะไรก็สั่งเลย (ข้า’เจ้าสั่งไข่เจียวไปตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าร้านแล้วจึงไม่ติดขัดอันใด) พวกเราอิ่มหนำสำราญกันจนช้างสั่งแมงดาทะเลมากินตามที่เห็นโต๊ะข้างๆสั่ง เมื่อรู้ราคาแล้วช้างก็เริ่มหน้าซีดและกินไม่ลง ต้องขอให้โซนของรุ่นพี่ช่วยกินโดยอุบราคาไว้ ข้า’เจ้าได้ยินเสียงหมอบุณย์พูดดังมาถึงหูและอยากรู้ว่าทางโซนผู้ใหญ่เขาคุยอะไรกัน เพราะที่ผ่านมาข้า’เจ้าเคยเป็นเด็ก แล้วนั่งอยู่ข้างแม่รวมกับโต๊ะผู้ใหญ่มาตลอด แต่การได้อยู่ในวัยทำงานแล้วมีคนรุ่นเดียวกันมานั่งด้วยเยอะๆก็ช่วยให้ข้า’เจ้ามีเพื่อนเพิ่มมากขึ้น
.

ข้า’เจ้าเริ่มรู้สึกว่านั่งจนเมื่อยแล้วก็เลยลุกจากโต๊ะไปดูทะเลบ้าง ปรากฎว่า พี่เจี๊ยบ สาวสวยแม่ลูกอ่อนที่เป็นหุ่นสาธิตการตรวจโรคสตรีโดยหมอจุ๋ม ก็ยืนดูทะเลอยู่ตรงหน้าข้า’เจ้าแล้ว ว่ากันว่าหาดแม่รำพึงเป็นหาดอันตรายที่ชันและลึก ดูจากเนินบนหาดที่ลาดชันแล้วจินตนาการว่าน้ำขึ้นเท่านั้นก็น่ากลัวแล้ว ไม่มีใครก้าวล้ำเนินลงไปที่หาดเลยสักคน พี่เจี๊ยบบอกว่า ว่างๆมาเยี่ยมพี่เจี๊ยบที่โรงงานสมุนไพรของ ม.แม่ฟ้าหลวงบ้าง พี่เจี๊ยบอยู่คนเดียวเหงา ข้า’เจ้าได้ฟังจึงนึกออกว่า เจ้าหน้าที่โรงงานสมุนไพรที่ดูแลเปิดประตูให้หมอบุณย์ในตอนหมอบุณย์บุก ม.แม่ฟ้าหลวง ก็คือพี่เจี๊ยบนี่เอง เราเดินดูหมาทะเลและครอบครัวหนึ่งที่ตามเรามาเล่นกับหมา รอจนหมอบุณย์เม้าธ์แตกจบ แล้วก็ฝ่ากลิ่นขยะทะเลหลังร้านขึ้นรถบัสกลับโรงแรมนอน
.

6 พฤษภาคม 2556 คณาจารย์สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ม.แม่ฟ้าหลวง แวะลงคลินิกแพทย์แผนไทยหมอบุณย์เพื่อรับยาตามที่หมอจุ๋มวินิจฉัย ส่วนใหญ่เป็นยาฟอกโลหิตสตรี (ของข้า’เจ้าเป็นยาน้ำสีน้ำตาลสูตร Vita1 และของแม่สีอ่อนกว่านิดหน่อยเป็นสูตร Vita3) แล้วอาจารย์เอกก็มาแอบเลือกแผผ่นเพลงที่ข้า’เจ้าขนขึ้นรถมาฟัง เพิ่งได้รู้ว่าลำโพงเพลงอยู่ทางด้านกลางตัวรถทำให้เสียงดังกว่าที่ข้า’เจ้าได้ยินจากหน้ารถมาก ต้องขอให้คนขับเบาเสียงลง

ทุกครั้งเวลาที่จบการดูงานแต่ละสถานที่ขึ้นมาอยู่ระหว่างการเดินทางบนรถบัสแล้ว ท่านแม่ก็อาศัยไมค์รถบัส เปิดอภิปราย เชิญอาจารย์ตัวแทนออกมาสรุปการดูงาน แม่บอกว่าต้องสอนให้อาจารย์ดูงานเป็น ไม่ใช่สักแต่ว่าไปเห็นตื่นตาตื่นใจว่าเขามีอะไรบ้าง แต่ต้องมองให้ออกด้วยว่าเขามีระบบวิธีคิดอย่างไรถึงนำเสนอออกมาอย่างนั้นด้วย เช่น โรงพยาบาลวังน้ำเย็น มีการริเริ่มใช้สมุนไพรเพราะเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลทำให้ต้องผลิตสมุนไพรจนมีโรงงานได้มาตรฐานGMPอย่างทุกวันนี้ โรงพยาบาลพระปกเกล้ามีจุดเด่นคือสถิติการเก็บข้อมูลคนไข้ทำวิจัย ทำให้สามารถนำเสนอผลงานออกมาได้ชัดเจน หมอบุณย์มีความเป็นห่วงสถาบันแพทย์แผนไทยทำให้ต้องทุ่มเทกับการพัฒนาการแพทย์และการสอนอาจารย์ให้ไปสอนนักศึกษาที่กำลังจะเป็นแพทย์แผนไทยรุ่นต่อไป
.

จากการศึกษาดูงาน 4วัน ในการเดินทางไกลมาถึงภาคตะวันออก ครั้งนี้ ท่านแม่ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ สาขาวิชาแพทย์แผนไทยประยุกต์ และกองทุนหมอธารา ได้รับความรู้และประสบการณ์ ตลอดจนจิตสำนึกของแพทย์แผนไทย มาอย่างเต็มอิ่ม พร้อมที่จะนำไปถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อไปที่ลงทะเบียนรอเรียนอยู่ พวกเราเหล่าคณาจารย์เงี้ยวง้าวแวะรถบัสจอดศูนย์OTOPซื้อของฝาก ข้า’เจ้าที่กำลังปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ตามคณาจารย์ลงไปเดินเล่น ทำให้ได้ของฝากติดมือขึ้นมาเหมือนกัน จากนั้นเมื่อรถบัสสตาร์ทตัวออกเดินทางไกลอีกครั้ง ข้า’เจ้าก็ม้วนผ้าห่มสีชมพูของพี่ปูเป็นหมอน เอนตัวลงนอนบนเบาะที่นั่งรถทัวร์แล้วหลับไป :)

 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.